Category Archives: Knowledge

What is Nickle alloy 625 (Inconel 625) ?

  Nickel alloy 625 (Inconel 625) คือนิกเกิล-โครเมียมอัลลอยด์ เป็นซุปเปอร์อัลลอยด์ (Superalloy) ชนิดหนึ่ง มีธาตุผสมหลักคือ นิกเกิล (ประมาณ60%) โครเมียม (ประมาณ 20%) และ โมลิบดีนัม (10 %) มีความแข็งแรงสูง (เกิดจากการธาตุโมลิดีนัม และไนโอเบียม) การต้านทานการกัดกร่อนและการเกิดออกซิเดชันสูงมากทั้งในอุณหภูมิปกติ และที่อุณหภูมิสูง ในสภาพแวดล้อมที่มีกรด หรือ คลอไรท์ อีกทั้งยังต้านทานต่อการเกิดความล้าและความคืบที่อุณหภูมิมากกว่า 600 C เหมาะสำหรับการใช้ในอุตสาหกรรมน้ำมันอุตสาหกรรมเคมี การเชื่อมพอกผิว ชิ้นส่วนเทอร์ไบน์ เตาหลอม เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ท่อไอเสียและ ชิ้นส่วนสัมผัสกับน้ำทะเล มีคุณสมบัติทางกลที่ดี มีความเค้นจุดคราก (Yield Strength) ที่ 455 MPa ค่าต้านทานแรงดึง (Tensile Strength) 786 MPa และค่าการยืดตัว (% Elongation) ที่ 35

Microstructure of steel

โครงสร้างของเหล็กกล้าคาร์บอน โดยทั่วไป ธาตุเหล็ก (Iron) มีความแข็งแรงต่ำเกินกว่าที่จะนำไปใช้งานทางวิศวกรรมได้ จึงมีการเติมธาตุผสมเข้าไปในเนื้อเหล็กเพื่อให้มีความแข็งแรงสูงขึ้น โดยธาตุคาร์บอนเป็นหนึ่งในธาตุที่เติมลงไปเพื่อเพิ่มความแข็งแรง เรียกโลหะชนิดนี้ว่าเรียกว่า เหล็กกล้า (Steel) โดยธาตุคาร์บอนเป็นธาตุที่อยู่ในเหล็กกลาได้สองลักษณะคือ ในสภาพสารละลายของแข็ง (Solid solution) และหากมีธาตุคาร์บอนมากเกินกว่าที่ละลายได้จะเกิดเป็นสารประกอบอินเตอร์เมทัลลิค (Cementite, ซีเมนไทต์) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำให้เหล็กกล้าคาร์บอนมีความแข็งแรงและความแข็งเพิ่มขึ้นจากโครงสร้างซีเมนไทต์ ยังมีอีกปัจจัยที่เปลี่ยนโครงสร้างของเหล็กคือ การอบชุบเหล็กกล้า หรือจะกล่าวได้ว่าอัตราการเย็นตัวของเหล็กมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเหล็ก และเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของเหล็กได้ โครงสร้างที่มาสามารถพบได้มีหลักๆ มี 5 โครงสร้าง ได้แก่ Ferrite (เฟอร์ไรต์) เป็นโครงสร้างที่เกิดจากคาร์บอนละลายในเนื้อเหล็ก จนเกิดเป็นสารละลายของแข็ง แต่โครงสร้างชนิดนี้คาร์บอนละลายได้น้อยมาก เพียง 0.008% เท่านั้น ความแข็งแรงและความแข็งน้อย เนื่องจากคาร์บอนสามารถละลายได้น้อย มีความเหนียวสูง นิ่ม สามารถขึ้นรูปได้ง่าย มีคุณสมบัติแม่เหล็กที่อุณหภูมิต่ำกว่า 768 OC Cementite (ซีเมนไทต์) เกิดจากการที่คาร์บอนจับตัวกับเหล็ก เกิดเป็นสารประกอบ Fe3C หรือซีเมนไทต์ ซึ่งมีคาร์บอน 6.67% มีความแข็งสูง แต่มีความเปราะมาก ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเหล็กได้ Micrograph

Type of flux on stainless steel welding electrode

Coating flux of stainless steel welding electrode. AWS ฺBased coat Welding current Arc reaction Welding position Slag removal Amount of spatter Bead profile Penetration Other E308-15 Limestone DC Harsher Vertical & Overhead /All position Moderate Moderate Convex Moderate Prevent cracking E308-16 Titania AC/DC Smooth All position Easy Low Flat and concave Low – E308-17 Silica-Titania

Welding stainless steel

เหล็กกล้าไร้สนิม (Stainless steel) คือเหล็กกล้าที่ผสมธาตุโครเมียม (Cr) ไม่ต่ำกว่า 10% นิยมเรียกว่า สแตนเลส มีคุณสมบัติเด่นคือการป้องกัน การกัดกร่อนหรือเป็นสนิมของโลหะ เนื่องจากมี passive film (โครเมียมออกไซด์, Cr2O3) อยู่ที่ผิวของโลหะ โดยธาตุผสมแต่ละตัวทำให้เกิดโครงสร้างต่างกันไป ภาพถ่ายโครงสร้างจุลภาคของเหล็กกล้าสแตนเลส 3 ชนิด (a) ferritic, (b) austenitic, (c) duplex stainless steels https://link.springer.com/article/10.1007/s13632-013-0066-8/figures/1 ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภทตามโครงสร้างได้แก่ 1.เหล็กกล้าไร้สนิมเฟอร์ริติก (Ferritic stainless steel) มีธาตุผสมหลักคือ โครเมียม (Cr) 12-27% มีโครงสร้างหลักเป็นเฟอร์ไรต์ ไม่สามารถทำการชุบแข็งเพื่อเพิ่มความแข็งแรงได้ มีคุณสมบัติที่แม่เหล็กดูดติดได้ ราคาถูกที่สุดในกลุ่มสแตนเลสเพราะธาตุผสมมีแค่ธาตุโครเมียม Cr ความต้านทานกัดกร่อนและทนความร้อนได้ดี เกรด 430 409 430Ti 444 ใช้งานใน ชิ้นส่วนเครื่องซักผ้า ชิ้นส่วนระบบท่อไอเสีย อ่างล้างจาน 

ลวดอ่อน E6013 ต่างกับลวดแข็ง E7016 อย่างไร ?

ลวดอ่อน E6013 ต่างกับลวดแข็ง E7016 อย่างไร ? ลวดอ่อน หมายถึง ลวดเชื่อมไฟฟ้า เกรด E6013 ลวดแข็ง หมายถึง ลวดเชื่อมไฟฟ้า เกรด E7016                  ช่างเชื่อมนิยมเรียกลวดเชื่อม E6013 ลวดอ่อน และ E7016 ลวดแข็ง เพราะว่าลวด E6013 มีแรงดึงต่ำกว่าจึงเหมาะสำหรับการเชื่อมงานหรือโครงสร้างที่ไม่ต้องรับน้ำหนักหรือความแข็งแรงของแนวเชื่อมสูง เช่น งานเชื่อมตามบ้าน, เชื่อมประกอบงาน, เชื่อมหน้าต่างประตู เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เป็นต้น และสำหรับลวดเชื่อม E7016 ซึ่งมีแรงดึงที่สูงกว่า จะนิยมนำไปใช้งานกับงานโครงสร้างขนาดใหญ่ ที่ต้องรับน้ำหนักมากหรือต้องการความแข็งแรงของแนวเชื่อมสูงกว่า เช่นการเชื่อมแนวยาว เชื่อมโครงสร้างอาคาร สะพาน รถพ่วง ท่อส่งน้ำมัน ภาชนะรับแรงดัน เป็นต้น      

BOHLER creep resistance steel welding electrode

ลวดเชื่อมเหล็กกล้าผสมต่ำ ลวดเชื่อมเหล็กอัลลอยด์ต่ำ Low alloy ลวดเชื่อมเหล็กผสมธาตุต่ำ BOHLER welding Electrode A1 B2 B3 B6 B8 B9 E8018 E9018 E8018-B2 E8018-B6 E9018-B3 E9015-B9 E8018-B8 ER80S-B8 ER80S-B2 ER90S-B3 ER80S-B6 ER90-B9 Tig Low alloy SMAW Low alloy ลวดเชื่อมทนความร้อน ลวดเชื่อมอุณหภูมิสูง เตาหลอม บอยด์เลอร์ ภาชนะรับแรงดัน  รู้หรือไม่ ! การใช้งานที่สภาวะความร้อนสูงจำเป็นต้องใช้ลวดเชื่อม Low Alloy 👍 ซึ่งมีคุณสมบัติทนต่อความร้อนและการคืบได้ดี (Heat and Creep Resistance)   ลวดเชื่อมทนความร้อนสูง ยี่ห้อ Böhler by Voestalpine ลวดเชื่อมคุณภาพสูงจากเยอรมนี

การตรวจสอบคุณภาพแนวเชื่อม ด้วยนํ้ายาตรวจสอบรอยร้าว Penetrant Test (PT)

การตรวจสอบคุณภาพของแนวเชื่อม มีหลายวิธี หนึ่งในวิธีที่นิยมใช้คือ การใช้นํ้ายาตรวจสอบรอยร้าว Penetrant Test (PT) เพราะเป็นการตรวจสอบที่สะดวกสามารถทดสอบที่หน้างานได้ (ไม่ต้องย้ายชิ้นงานทดสอบมาที่ห้องปฏิบัติการ) สะดวก(ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า) รวดเร็ว และราคาไม่แพง โดย นํ้ายาตรวจสอบรอยร้าวนี้อาศัยหลักการแคปปิลารี่ (Capillary action) เรียกง่ายๆ ว่าความสามารถ ในการแทรกซึม ซึ่งจัดอยู่ในประเภทการทดสอบแบบไม่ทําลายชิ้นงาน (NDT, Non Destructive Testing) กล่าวคือชิ้นงานที่นํามาทดสอบนั้นจะไม่เกิดความเสียหายต่อรูปร่าง ขนาด และคุณสมบัติ ของวัสดุ (ความแข็งแรง ลักษณะของผิวชิ้นงาน) โดยหลังจากการทดสอบด้วยนํ้ายาตรวจสอบรอยร้าว สามารถในชิ้นงานไปใช้งานต่อได้ สามารถทดสอบได้ดีกับชิ้นงานที่เป็นโลหะ อย่างไรก็ตามสามารถ ทดสอบบนชิ้นงานอโลหะได้ โดยการใช้นํ้ายาตรวจสอบรอยร้าว (Penetrant testing) จัดเป็นวิธีที่ นิยมที่สุดหนึ่งในวิธีการทดสอบแบบไม่ทําลาย Non-Destructive testing การทดสอบแบบไม่ทําลายยังมีอีกหลายวิธีเช่น X-ray , การใช้ Ultrasonic , Eddy current test และ Magnetic particle เป็นต้น

การเลือกใช้ ลวดเชื่อมทังสเตน (Tungsten electrode)

⚡️การเลือกใช้ ลวดเชื่อมทังสเตน (Tungsten electrode)⚡️ ลวดเชื่อมทังสเตนเป็นลวดเชื่อมที่ใช้สำหรับงานเชื่อมอาร์กอน มีลักษณะหลายประเภทโดยสามารถจำแยกดังต่อไปนี้ 🔴สีแดง (WT20) ใช้สำหรับเชื่อมโลหะทั่วไป ห้ามใช้กับ อะลูมิเนียม และ แมกนิเซียม เด็ดขาด ต้องลับปลายให้แหลมก่อนใช้งานทุกครั้ง ใช้ได้กับไฟฟ้ากระแสตรง (DC) เท่านั้น 🔵สีน้ำเงิน (WL20) ใช้ไฟฟ้ากระแสตรง (DC) และกระแสสลับ (AC) โดยลับปลายขั้วก่อนใช้ สามารถเชื่อมโลหะได้หลายประเภท ทั้งสแตนเลส เงิน นิกเกิลอัลลอยด์ ไทเทเนียม และ ทองเหลือง เป็นต้น ⚪️สีเทา (WC20) ใช้ไฟฟ้ากระแสตรง (DC) โดยลับปลายขั้วก่อนใช้ เหมาะแก่การเชื่อมด้วยกระแสต่ำๆ ในงานบาง และการเชื่อมอัตโนมัติ สามารถเชื่อมโลหะได้หลายประเภท ทั้งเหล็ก สแตนเลส นิกเกิลอัลลอยด์ ไทเทเนียม 💚สีเขียว (WP) เหมาะสำหรับงานเชื่อมอลูมิเนียม ประกอบด้วยทังสเตนบริสุทธิ์ ไม่ควรลับปลายเส้นให้แหลม สำหรับการเชื่อมอลูมิเนียม 💛สีทอง (WL15) ใช้ไฟฟ้ากระแสตรง

ข้อแตกต่างระหว่างเครื่องเชื่อมแต่ละประเภท

ข้อแตกต่างระหว่าง: 1.เครื่องเชื่อมแบบหม้อแปลง (Tranformer) 2.เครื่องเชื่อมแบบเรียงกระแส (Thyristor) 3.เครื่องเชื่อมแบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter) 1.เครื่องเชื่อมแบบหม้อแปลง (Tranformer) เป็นที่นิยมใช้กันมากช่วงแรกๆที่มีการใช้เครื่องเชื่อม มีความทนทานสูง แต่กินไฟมาก ตัวเครื่องมีน้ำหนักมาก ความสเถียรในการเชื่อมน้อย ปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมใช้ เนื่องจากใช้กระแสไฟฟ้าสูง ความปลอดภัยต่ำ 2.เครื่องเชื่อมแบบเรียงกระแส (Thyristor)  พัฒนาต่อจากเครื่องเชื่อมหม้อแปลง มีน้ำหนักมาก แต่มีระบบความปลอดภัยและประหยัดไฟกว่าเครื่องเชื่อมแบบหม้อแปลง มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม ความเสถียรในการเชื่อมอยู่ในระดับกลางๆ 3.เครื่องเชื่อมแบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter) นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน ประหยัดไฟมากที่สุด และมีความสเถียรในการเชื่อมสูง เนื่องจากมีการพัฒนาระบบต่างๆใช้งานง่ายขึ้น น้ำหนักเบา ความปลอดภัยสูง การใช้งานในงานเชื่อม ทำได้ดีมากๆ **ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง ☎️Tel: 02-361-8037-8 ✅Line ID: @linkweld 📨Email: marketing@linkweldthailand.com 🌐www.linkweldthailand.com

กระบวนการเชื่อมโลหะ (Welding Process)

กระบวนการเชื่อมโลหะ (Welding Process) การเชื่อมโลหะ  คือ การต่อโลหะ 2 ชิ้นเข้าด้วยกัน โดยการให้ความร้อนจนหลอมละลายติดเป็นเนื้อเดียว ซึ่งจะใช้ลวดโลหะเป็นตัวประสานชิ้นงานทั้งสองชิ้น หรือจะใช้ตัวโลหะจากชิ้นงานที่โดนความร้อนจะละลายมาติดกันก็ได้ การเชื่อมไฟฟ้ามี 5 วิธีการเชื่อม 1. Shielded Metal Arc Welding(SMAW) / Manual Metal Arc (MMA) หรือการเชื่อมธูปเป็นการเชื่อมที่พบเห็นกันบ่อยๆเพราะเป็นวิธีการเชื่อมที่ค่อนข้างสะดวกและไม่ซับซ้อน ซึ่งวิธีการเชื่อมแบบนี้เป็นการใช้ความร้อนที่เกิดจากการอาร์คประมาณ 5000 – 6000 องศาเซลเซียส ระหว่างลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ กับชิ้นงาน แกนของลวดเชื่อมทำหน้าที่เป็นตัวนำไฟฟ้าและเป็นเนื้อโลหะที่ประสานชิ้นงาน 2 ชิ้นเข้าด้วยกัน ลวดเชื่อมถูกปกคลุมด้วยฟลักซ์ ทำให้ลวดเชื่อมมีลักษณะคล้ายธูปจึงเป็นที่มาของคำว่าเชื่อมธูป โดยที่ฟลักซ์ที่ปกคลุมลวดเชื่อมอยู่นั้นในระหว่างทำการเชื่อมฟลักซ์จะระเหย ออกมาเป็นแก๊สซึ่งช่วยในการป้องกันการทำปฏิกิริยาระหว่างโลหะกับออกซิเจนในอากาศและส่วงหนึ่งจะหลอมละลายมาปกคลุมแนวเชื่อมเรียกว่า Slag ทำให้แนวเชื่อมเย็นตัวช้าลง ลดการบิดงอของชิ้นงานได้ แล้วยังจับสิ่งสกปรกขณะที่มันเป็นของเหลวอยู่ช้าลง 2. Gas Tungsten Arc Welding (GTAW) /Tungsten Inert Gas (TIG) เป็นการเชื่อมโลหะที่ใช้ความร้อนจากการอาร์คระหว่างชิ้นงานกับลวดโลหะโดยมีอิเล็กโทรดทังสเตนเป็นตัวนำโดยหลอมชิ้นงานจนเกิดเป็นบ่อหลอมละลายจากนั้นนำลวดโลหะมาหลอมรวมเพื่อเชื่อมชิ้นงานทั้งสองให้เป็นเนื้อเดียวและในระหว่างเกิดการอาร์คจะมีแก๊สเฉื่อยมาปกคลุมเพื่อป้องกันอากาศภายนอกเข้ามาทำปฏิกิริยาในแนวเชื่อมและทำให้ชิ้นงานเย็นตัวช้าลง 3.

error: Content is protected !!